บายศรีไม่ได้ทำเพื่อคนเท่านั้น

จริง ๆ แล้ว ถ้าเห็นหัวข้องเรื่องก็อาจทำให้หลาย ๆ คนตีความผิดไปกันได้ ต้องขอขยายความกันหน่อยแล้วกันว่าบทความนี้จะสือว่าบายศรีนั้นไม่ได้แค่จะทำให้คนเท่านั้น จะยังมีการทำบายศรีเพื่อสัตว์เลี้ยงอย่าง กระบือ(ควาย) หรือต้นไม้ที่เกี่ยวกับเกษตรกรรมอย่าง ต้นข้าว ด้วย

ซึ่งความจริงแล้วบายศรีนี้ก็ทำเพื่อสิ่งที่กล่าวในตัวอย่างข้างบนนั่นแหละ แต่ก็ทำเพื่อให้เราสบายใจเฉกเช่นเดียวกับวัตถุประสงค์โดยทั่วไปในการทำบายศรี เพียงแต่บายศรีจะไม่ได้ไปทำเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจต่อตัวบุคคลโดยตรง แต่จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจทางอ้อมให้ผู้ทำพิธีได้ สิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจให้ชุ่มชื่นอย่างความเชื่อเหล่านี้จึงเป็นสิ่งดีต่อขวัญและกำลังใจแก่มนุษย์หลายต่อหลายคน

บายศรีนั้นหลายคนโดยส่วนใหญ่มักมีความเข้าใจว่ามักทำเพื่อ บุคคล ที่เคารพ แต่จริง ๆ ควรให้คำจำกัดความที่เข้าใจได้ครอบคลุมกว่าว่าไว้เพื่อ สิ่ง ที่เราให้ความเคารพ อย่าง”พิธีสู่ขวัญควาย” ที่ชาวนามักจะทำเมื่อเสร็จสิ้นการไถนา เพื่อแสดงถึงความเคารพ ขอบคุณหรือขอโทษในสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ทำลงไปเมื่อตอนงานไถนา เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเพราะประเพณีเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงจิตใจและอุปนิสัยของชาวนาผู้ทำพิธีว่าเป็นผู้ที่มีความเคารพต่อทุกสิ่งที่ให้คุณค่าแก่เรา เห็นคุณค่าของสรรพสิ่งทั้งหลายแม้ว่าจะเป็นคนหรือไม่ก็ตาม ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่อ่อนโยนต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวของชาวนาอีกด้วย

ต้นข้าวก็มีบายศรีเช่นกัน และมักถูกเรียกว่า “การบูชาพระแม่โพสพ” หรือ “การทำขวัญข้าว” จุดประสงค์ของการทำบายศรีนี้ก็เพื่อเป็นการบวงสรวงพระแม่โพสพให้ดูแลต้นข้าวของชาวนาเหล่านี้ ซึ่งเป็นพิธีที่เรียกได้ว่าเป็นพิธีเรียกขวัญและกำลังใจของชาวนาได้ด้วย ว่าผลผลิตข้าวของพวกเขาจะต้องออกมาดีและได้รับการปกป้องจากพระแม่โพสพอยู่ตลอดเวลา

อาจจะกล่าวได้ว่า “ขวัญ” เป็นสิ่งสำคัญเลยในการผลักดันให้คนในชาติของเราได้ใช้ชีวิตอย่างมีกำลังใจ กำลังใจที่ดีย่อมผลักดันให้เราทำแต่สื่งที่ดี พิธีที่ควรแก่การอนุรักษ์ที่มีผลต่อการสร้างขวัญของผู้คนอย่างบายศรีสู่ขวัญจึงควรแค่อย่างยิ่งในการอนุรักษ์ให้สืบไป คุณค่าของพิธีที่มีผลต่อจิตใจเป็นสิ่งมีค่าที่ประเมินค่าไม่ได้ แม้ปัจจุบันบายศรีสู่ขวัญอาจจะไม่ได้เห็นกันอย่างแพร่หลายแล้ว แต่ก็ยังมีอยู่ในปัจจุบัน พิธีบายศรีสู่ขวัญเป็นพิธีที่ดี ผู้อ่านอาจรู้สึกเสียใจไม่น้อยถ้าประเพณีนี้จะสูญหายไปตลอดกาล ถึงเวลาแล้งยังที่เราจะอนุรักษ์สิ่งดีงามเหล่านี้กันอย่างจริงจังเสียที

รถเช่าเชียงใหม่ ชมดอกไม้ขุนช่างเคี่ยน

รถเช่าเชียงใหม่ ชมดอกไม้ขุนช่างเคี่ยน

การเดินทางท่องเที่ยวเชียงใหม่นั้นอาจใช้เวลานานหลายวัน เนื่องจากเป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยวโดยแท้จริง ความสวยงามของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ศิลปะล้านนาโบราณที่มีให้ชมกันตามวัดต่างๆ ประเพณีที่สืบสานกันมานาน มนเสน่ห์แห่งอาหาร อาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองในอดีตย่อมหลงเหลือร่องรอยให้คนรุ่นหลังได้รำลึกและร่วมค้นหา สถานที่แทบทุกที่ที่ผมได้บรรยายผ่านบทความแน่นอนว่าผมซึ่งเป็นเจ้าถิ่นได้เดินทางย่างเหยียบมาแล้วทุกแห่ง พบว่าแต่ละที่มีจุดที่น่าสนใจที่แตกต่างกันแต่ที่เหมือนกันคือทุกที่ให้ความประทับใจทุกครั้งที่ได้ไปเยือน ซึ่งหลังจากนั่งรถเช่าเชียงใหม่มาเคารพสักการะวัดพระธาตุดอยสุเทพแล้ว ที่ไม่อยากให้พลาดเลยก็คือการเที่ยวชมดอกซากุระเมืองไทย ณ ขุนช่างเคี่ยน ซึ่งต้องนั่งรถเช่าเชียงใหม่ไปตามถนนที่สูงขึ้นไปอีกจากวัดพระธาตุดอยสุเทพ ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกรถแบบไหนแล้วล่ะ ถ้าอยากขับเองก็ 2 ล้อ ถ้าอย่างนั่งชมวิวถ่ายภาพก็ 4 ล้อ เลือกเอาครับได้อารมณ์ไปคนละแบบ รถเช่าเชียงใหม่มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้บริการกัน การเดินทางสู่ขุนช่างเคี่ยนเดี๋ยวนี้สะดวกขึ้นมากแล้ว จากอดีตเมื่อราวๆ ปี 2543 ผมได้มีโอกาสไปจัดกิจกรรมที่โรงเรียน ศรีเนห์รู นั้นก็ต้องมีการเดินทางเซอร์เวย์กันก่อนหลังจากนั้นจึงจะได้มีโอกาสขึ้นไปจิบกาแฟบนขุนช่างเคี่ยนกัน ถนนหนทางยังไม่สะดวกเท่านี้เลย

รถเช่าเชียงใหม่

เมื่อเราต้องเดินทางลัดเลาะถนนสูงขึ้นมาเรื่อยๆ อากาศก็จะเริ่มเย็นลง เมฆหมอกเริ่มลอยในระดับต่ำ เตรียมเสื้อกันหนาวไว้ให้พร้อมด้วยละกัน ระหว่างทางที่ผ่านนั้นก็จะเริ่มมีต้นพญาเสือโคร่งให้เห็นประปรายตามริมทาง ไปช่วงมกราคม หรือกุมภาพันธ์ก็กำลังดีครับ ดอกกำลังบาน แต่ช่วงอื่นก็ไปได้สัมผัสอากาศเย็นสบายกัน ผ่านพระตำหนักขึ้นไป มุ่งเข้าสู่ดอยปุย อากาศที่เริ่มจะหนาวยะเยือก ปากมือสั่นไปหมด แสงแดดเริ่มอ่อนแสงลงเนื่องจากหมอกที่ปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกความฝัน ตัดผ่านหมู่บ้านดอยปุยฝูงชนที่ดำเนินกิจกรรมทั้งค้าขาย ท่องเที่ยวดูวุ่นวายแต่กลับชวนให้รู้สึกมีความสุขผ่อนคลายเพราะอากาศที่สดชื่น เลี้ยวตัดไปทางขวามือมุ่งหน้าสู่ขุนช่างเคี่ยน ถนนหนทางที่เริ่มทุรกันดารมากขึ้น แต่ความเป็น pure natural กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกลำบากเลยแม้แต่น้อย เส้นทางที่คับแคบทำให้เหมือนกับได้สัมผัสกับป่าไม้นานาพรรณอย่างใกล้ชิดมากขึ้น พญาเสือโคร่งบานสะพรั่งสองข้างทางเหมือนประตูที่เชื้อเชิญให้เข้าไปเยี่ยมชม จอดรถเช่าเชียงใหม่ไว้จากนั้นเดินเข้าไปจิบกาแฟร้อนหลากรสชาติคลายเหนื่อยก่อน อากาศหนาวๆได้กาแฟเข้มข้นร้อนๆช่วยเติมพลังได้มากมายนัก จากนั้นเที่ยวชม ถ่ายภาพที่ไม่รู้ว่าจะหา เม็ม’การ์ดที่ไหนมาใส่ถึงจะพอ หันไปทางใดก็น่าถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก พญาเสือโคร่งทั้งสีขาว และชมพู บานแข่งกันท่ามกลางสายหมอกรอบตัวเหมือนภาพวาดของจิตรกรมือหนึ่งก็ไม่ปาน อิ่มหนำสำราญกันแล้วก็จับรถเช่าเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่ที่หมายต่อไปกันเลยครับ

ติดต่อเช่ารถเชียงใหม่ Crown Car Rental รถเช่าเชียงใหม่

การจัดเตรียมใบตองเพื่อใช้ในพานบายศรี

ใบตองนั้นถือได้ว่าเป็นวัสดุในการจัดทำพานบายศรี ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุหลักอย่างใบตองก็ต้องมีวิธีในการเลือกใช้ด้วย เพราะวัสดุหลักจะเป็นหน้าตาแก่บายศรีได้ หากใช้วัสดุที่ไม่ดีอาจทำให้พานบายศรีนั้นดูไม่สวยงามได้

ขั้นแรกคือเราต้องรู้เกี่ยวกับชนิดใบตองที่เราจะนำมาใช้ในการทำบายศรี โดยเราจะต้องเลือกใช้ใบตองตานีแก่ เพราะมันมีสีเขียวสด สวยงามแล้วยังมีความเหนียวซึ่งเป็นผลดีเพราะจะทำให้ง่ายต่อการทำบายศรีไม่แตกหักง่ายนัก นอกจากใบตองตานีแก่แล้วใบตองตานีอ่อนก็เป็นที่นิยมอยู่บ้างเช่นกัน แต่ในการนำใบตองมาใช้ในงานประดิษฐ์ประเภทสวยงามนี้ควรจะใช้ใบตองที่มีสีเขียวสดเนื่องจากมักเป็นใบตองอายุปานกลางที่ไม่แก่ ไม่อ่อนจนเกินไปและความเหนียวของใบตองนั้นตรงกับลักษณะการใช้งานในบายศรีซึ่งต้องมีการพับ ม้วนไปมา หากใช้ใบตองที่อายุอ่อนหรือแก่เกินไปจะทำให้ใบตองเปราะง่ายและทำให้บายศรีออกมาไม่สวยงามด้วย

หากใบตองที่ต้องการใช้งานไม่ได้รีบร้อนมากนัก หรือต้องการตัดใบตองรอไว้ก่อนไม่ได้ทำบายศรีในทันทีควรที่จะเลือกตัดในตอนเช้าตรู่ แต่ถ้าหากต้องการที่จะตัดใบตองแล้วนำมาใช้งานเลยทันทีก็ควรเลือกตัดเวลาสาย ๆ หรือตัดในเวลาตอนเย็น ส่วนการตัดใบตองจากต้นกล้วยก็ควรที่จะตัดให้มันเหลือส่วนของหูใบตองไว้บ้าง ต้นกล้วยจะได้สามารถยังใช้งานจากใบที่เหลือได้อยู่ และจะได้คงความสมบูรณ์ของต้นไว้ให้เราสามารถใช้งานใบของมันไปได้นาน ๆ

ในส่วนของการทำความสะอาดใบตองนั้นเราควรดูว่าคราบสกปรกต่าง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าใบตองของเรานั้นมีคราบดินติดอยู่แน่นก็ควรจะตัดส่วนนั้นทิ้งออกไป หากเป็นคราบฝุ่นที่มีอยู่ทั่วทั้งใบก็ให้นำใบตองไปฉีดล้างน้ำเสียเบาๆ แต่หากเป็นฝุ่นปกติที่ไม่ได้สกปรกจนทำความสะอาดมากนักก็ใช้ใช้ผ้าเนื้อนุ่มที่ชุบน้ำแล้วบิดหมาด ๆ แล้วเช็ด และถ้าใบตองไม่ได้สกปรกแบบที่เห็นได้ชัดนักก็ควรทำการเช็ดใบตองด้วยแต่ให้ใช้ผ้าเนื้อนุ่มแห้ง ๆ เช็ดหรือปัดออกเบา ๆ  ส่วนทิศทางในการเช็ดใบตองนั้นควรเช็ดจากบริเวณโคนไปยังบริเวณริ้วของใบตอง

จะเห็นได้ว่าการให้ความสำคัญกำใบตองนั้นจะทำให้บายศรีที่จัดทำออกมาดี แค่ใบตองเองก็มีระละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนทำบายศรีต้องสนใจศึกษาไว้บ้าง เพราะรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผลงานที่ยิ่งใหญ่ออกมาดีได้

งานประเพณีแข่งเรือยาว

สถานที่ ณ เชิงสะพานแม่น้ำอิง  อำเภอเทิง   จังหวัดเชียงราย จัดขึ้น ประมาณเดือนตุลาคม

%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%93%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7

งานแข่งเรือยาวประเพณีอีกแห่งของเมืองไทย  งานนี้เป็นแม่น้ำอิง  แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านจังหวัดพะเยาและจังหวัด เชียงราย  ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง  งานประเพณีนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นอันดีงามและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของคนในท้องถิ่น  การแข่งขันเรือยาวเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดความสามัคคี เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ใช้คนจำนวนมากในการพายและทุกคนต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่ หากมีใครคนใดคนหนึ่งขัดข้องที่เหลือก็จะมีผลกระทบตามเช่นเดียวกัน ทำให้เกิดความสามัคคีและความสนุกสนานจึงเกิดขึ้น นอกจากผู้แข่งจะได้ความรู้สึกสนุกสนานแล้ว คนดูก็จะได้รับความเพลิดเพลินจากการเชียร์อีกด้วย นอกจากนี้ในงานยังมี ร้านขายสินค้ามากมายหลากหลาย ทั้งอาหารคาวหวาน สินค้าพื้นบ้าน เสื้อผ้า อีกทั้งยังมีเกมส์ต่าง ๆ ให้เด็ก ๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองสามารถร่วมแข่งเพื่อความสนุกสนานได้ อาทิเกมส์ สาวน้อยตกน้ำ ปาลูกโป่ง และฟ้อนรำพื้นบ้านจากโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมไปถึงสีสันอีกอย่างของงานประเพณีนี้ คือการกรีดร้อง เชียร์ทีมโปรดแต่ละทีมจากกองเชียร์บริเวณริมฝั่งแล้ว คุณยังจะได้รู้สึกถึงความเร้าใจอย่างบรรยายไม่ถูกจากนักพากย์ที่เรียกได้ว่า พากย์กันจนลืมหายใจเลยทีเดียว หากใครเคยดูถ่ายทอดสดคงจะรู้งานนี้สนุกสนานและน่าประทับใจมาก เลยทีเดียว

อีกทั้งยังเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสได้เรียนรู้และเล่น กีฬาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์   อีกทั้งยังสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ส่งเสริมความมีน้ำใจเป็น นักกีฬา  เป็นกิจกรรมประเพณีท้องถิ่นที่น่าสนับสนุนให้คงอยู่คู่ประเทศไทยสืบไป

ดังนั้นแล้ว หากใครที่อยากจะสัมผัสประเพณีที่แสนสนุกสนานนี้ เราแนะนำให้มาที่นี้เลย รับรองเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอความกรุณาทุกท่านช่วยรักษาสถานที่อย่าทิ้งขยะลงแม่น้ำ อย่าดื่มแอลกอฮอล์มากจนเกินไป อะไรที่เป็นข้อห้าม กฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามก็อย่าไปละเมิด เพราะนั้นเท่ากับว่าคุณกำลังไม่ให้งานประเพณี ยังไงก็ช่วยๆกันอนุรักษ์และรักษาขนบธรรมเนียมที่ดีงามนี้ไว้ เพราะจะได้อยู่ให้เราอยู่คู่กับเราไปนานๆ

หันมาเที่ยวไทย จับจ่ายใช้สอย รับรองว่าในประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากที่คุณยังไม่ได้ไปสัมผัส รับรองเลยว่าสวยงามตระการตาไม่แพ้ต่างประเทศแน่นอน ราคาก็ไม่ค่อยแพงมาก และที่สำคัญเมื่อไปแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปกลับมาอวดคนรอบข้างกันด้วยนะคะ

กิน เที่ยว ที่กาดขัวมุง

กิน เที่ยว ที่กาดขัวมุง

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%87

ขัว  หมายถึง  สะพาน ส่วนคำว่ามุง  หมายถึง  หลังคา  กาดขัวมุงก็คือ ตลาดที่ตั้งอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำกวง มาพร้อมกับหลังคาที่กันแดดกันฝน  สามารถเดินเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองกันตั้งแต่ช่วงเช้าไปถึงช่วงเย็น ระยะทางสั้นๆประมาณ 100 เมตร ผู้ที่เดินทางมาเยือนกาขัวมุงแห่งนี้ ส่วนใหญ่จะมาหลังจากสักการะพระบรมธาตุหริภุญชัย  ที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรวิหาร ซึ่งกาดขัวมุงตั้งอยู่ด้านหน้าวัดพอดีอะไรจะสะดวกถึงเพียงนี้

แม่น้ำกวง เป็นแม่น้ำสายหลักของเมืองลำพูน   กาดขัวมุงแห่งนี้จึงค่อนข้างแปลกแหวกแนว  ตลาดตั้งอยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำ   ซื้อของก็ดีวิวก็สวย   สินค้าส่วนใหญ่เป็นงาน otop งานหัตถกรรมพื้นบ้าน  ผ้าไหมยกดอก  งานถักทอ  ผ้าไหมเสื้อผ้า  ผ้าปูโต๊ะ  ปลอกหมอน  ผ้าม่าน  เดินซื้อไปเพลินๆ  จนข้ามสะพานไปรับรองไม่เสียเที่ยว  อีกฝั่งของสะพานเป็นถนนสายวัฒนธรรมชุมชนเวียงยอง   เป็นชุมชนเก่าแก่ของชาวเมืองลำพูน   สามารถเดินเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวบ้านชุมนุมเวียงยอง   เป็นหมู่บ้านผลิตผ้าฝ้ายโดยฝีมือชาวบ้าน   ผ้าที่ผลิตจะเป็นผ้าฝ้ายและผ้าไหมยกดอก  รวมถึงผลิตภัณฑ์จากฝ้ายอื่นๆ เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการเดินเท้าชมสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้าน  เช่น  วัดต้นแก้ว  พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน   ศูนย์ทอผ้าพื้นเมือง   แล้วถ้าเกิดหิวขึ้นมาจะลงล็อคทันที   เพราะที่นี่มีร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีชื่อเสียง  ชื่อว่าร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไยร้านนี้คือทีเด็ด

ดังนั้นแล้ว หากใครที่อยากจะสัมผัสกับบรรยากาศดินแดนล้านนา และเดิน กิน เที่ยว ช๊อปกับของอร่อย ราคาถูก  เราแนะนำให้มาที่นี้เลยคะ รับรองเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องไม่ลืมเคารพกฏระเบียบของสถานที่นั้นๆกันด้วย อะไรที่เป็นข้อห้าม กฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามก็อย่าไปละเมิด เพราะนั้นเท่ากับว่าคุณกำลังไม่ให้เกียรติสถานที่  ยังไงก็ช่วยๆกันอนุรักษ์และรักษาสถานที่ท่องเที่ยว เพราะจะได้อยู่ให้เราได้ไปเที่ยวเมื่อเหนื่อยล้าและพักผ่อนให้หายชื่นใจกันไปได้อีกนานๆเลย

หันมาเที่ยวไทย จับจ่ายใช้สอย รับรองว่าในประเทศไทยยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากที่คุณยังไม่ได้ไปสัมผัส รับรองเลยว่าสนุกสนานและแสนประทับใจไม่แพ้ต่างประเทศแน่นอน อีกทั้งยังได้ช่วยกันอุดหนุนหัตถกรรม สิ่งทอ เครื่องเงิน เครื่องไม้ ของชาวบ้านในพื้นที่ราคาก็ไม่ค่อยแพงมาก เป็นกำลังทรัพย์ที่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้ เมื่อไปแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปมาฝากคนรอบข้างกันด้วยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่จะเดินทางมาเที่ยวชม

ขัวมุงสิงห์  ตำบลเวียงยอง  อำเภอเมือง  จังหวัดลำพูน

เวลาเปิด-ปิด  ทุกวัน  09.00 – 18.00  น. หน้าวัดพระธาตุหริภุญชัยวรวิหาร

จำหน่าย สินค้า OTOP เสื้อผ้า เครื่องประดับ ลำไยอบแห้ง

ขอขอบคุณ เที่ยวเหนือ North of Thailand

 

ดอกไม้ที่ใช้ในการตกแต่งบายศรี

พานบายศรีนั้นมีการประดับให้สวยงานด้วยใบตองและดอกไม้นานาชนิด มาดูกันว่าดอกไม้ที่ใช้ในการตกแต่งบายศรีนั้นมีดอกอะไรกันบ้าง

  1. ดอกพุด การเลือกใช้งานดอกพุดควรเลือดดอกที่มีความสด ก้านยังคงมีสีเขียวไม่เป็นก้านสีเหลืองเพราะถ้าก้านดอกพุดเริ่มมีสีเหลืองแปลว่ามันเป็นดอกที่ไม่ค่อยสดนัก ให้เลือกใช้ดอกที่กำลังตูม ในการทำพานบายศรีก็ไม่ควรเลือกใช้ดอกพุดที่เปียกน้ำ หากต้องการรักษาความสดของดอกพุดก็เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำที่บิดหมาด ๆ คลุมดอกพุดเอาไว้
  2. ดอกกุหลาบมอญ ในการเลือกดอกกุหลาบมอญเพื่อใช้ในการทำพานบายศรีนั้นควรเลือกดอกที่มีก้านดอกสีเขียว กลีบดอกมีความสมบูรณ์ไม่มีรอยแหว่งจากการโดนทำลายจากแมลงหรือจากสิ่งอื่น และควรพรมน้ำก่อนจะนำไปใช้งานในการทำพานบายศรีด้วย
  3. ดอกบานไม่รู้โรย ดอกบานไม่รู้โรยนี้เป็นดอกไม้ที่มีลักษณะกลม มีอยู่ 3 สีใช้เลือกใช้งานตามความสวยงามของพานบายศรี โดยมีสี ขาว ชมพูและม่วง การเลือกดอกบานไม่รุ้โรยก็คล้ายกับการเลือกดอกไม้ชนิดอื่นคือควรเลือกดอกที่มีก้านดอกแข็งแรง มีสีเขียวสด
  4. ดอกรัก การเลือกดอกรักก็ควรเลือกดอกที่มีเปลือกหุ้มอยู่ และมีลักษณะก้านดอกที่แข็งแรง ส่วนการจะรักษาให้ดอกรักมีความสดนั้นไม่ควนพรมน้ำลงโดยตรง เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำแล้วบิดให้หมาดคลุมไว้ก็เพียงพอแล้ว
  5. ดอกบัว การเก็บรักษาดอกบัวให้สดนั้นมีด้วยกันอยู่ 2 วิธี คือ วิธีแรกให้ทำการตัดก้านดอกบัวโดยให้เฉียง 45 องศาแล้วจึงนำไปแช่น้ำที่มีความลึกประมาณ ¼ ของก้านดอก ส่วนวิธีที่สองนั้นให้นำถุงพลาสติกคลุมดอกเอาไว้แล้วนำไปแช่ตู้เย็น ก่อนจะนำดอกบัวมาทำพานบายศรีก็ควรตัดแต่งให้สวยงามเลือกดอกบัวที่สวย ๆ และกำจัดตำหนิต่าง ๆ ออกไป
  6. ดอกดาวเรือง การจะรักษาและคงความสดใหม่ของดอกดาวเรืองนั้นก็จะคล้าย ๆ กับการรักษาความสดของดอกบัว คือ ให้ใช้ผ้าที่ชุบน้ำแล้วบิดหมาด ๆ หรือจะใช้ถุงพลาสติกคลุมดอกเอาไว้แล้วนำไปแช่เย็นในตู้เย็นก็ได้ ไม่ควรนำไปแช่น้ำเพราะดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้ที่มีกลีบดอกบางอาจทำให้ข้ำได้ง่าย การจะนำไปประกอบในพานบายศรีก็ควรเลือกดอกที่มีขนาดและสวยงามเหมาะกับบายศรีที่จะทำ
  7. ดอกกล้วยไม้ การรักษาความสดใหม่ของดอกกล้วยไม้นั้นทำโดยการตัดปลายก้านดอกกล้วยไม้ให้เฉียงนิด ๆ แล้วนำไปแช่ในน้ำที่มีความสูงอยู่ประมาณ ½ ของก้านดอก ในการเลือกดอกกล้วยไม้เพื่อจะทำพานบายศรีก็ควรเลือกที่ดอกมีความสวยงาม ไร้ซึ่งตำหนิ